ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > มะเร็งปอดระยะสุดท้าย

มะเร็งปอดระยะสุดท้าย


ขอคำแนะนำค่ะว่าคุณแม่อายุ 58 ปี ภายนอกดูสุขภาพแข็งแรงดีมาก พึ่งทราบจากหมอเมื่อ3วันที่ผ่านมาว่าป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายโดยไม่มีอาการใดแสดงให้เห็นนอกจากเหนื่อยเล็กน้อยค่ะ อีก2สัปดาห์หมอนัดให้เริ่มทำเคมีบำบัด ดิฉันกังวลและกลัวมากว่าเมื่อท่านรับเคมีบำบัดแล้วอาการจะทรุดลงเนื่องจากร่างกายอ่อนแอ มีคนแนะนำว่าให้ใช้หลินจือช่วยจะบรรเทาอาการเจ็บปวดได้และยังช่วยยืดอายุให้ท่านด้วย ดิฉันจึงอยากขอคำแนะนำว่าคุณแม่ดิฉันใช้หลินจือได้หรือไม่และควรใช้ตัวใดบ้างคะที่ปลอดภัยและดีที่สุดกับคนไข้เพราะเท่าที่ทราบมาการใช้หลินจือจะมีผลข้างเคียงจากการขับพิษ ประกอบกับคุณแม่ดิฉันต้องรับเคมีบำบัด จึงกลัวว่าผลจากการขับพิษกับเคมีบำบัดจะยิ่งทำให้ร่างกายท่านแย่ลงไปกว่าเดิมขออาจารย์ช่วยแนะนำด้วยนะคะ..ขอบพระคุณมากค่ะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ warisa (srimanee_1-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2012-05-14 22:05:04 IP : 123.242.164.193


[1]

ความเห็นที่ 1 (3372839)

จริงอยู่ การกินหลินจือจะมีการแสดงปฏิกิริยาของโรคและการขับพิษ ซึ่่งคนใม่เข้าใจมักคิดว่าเป็นผลข้างเคียง การขับพิษของอาการป่วยไข้ที่ปอด โดยมากมักจะมีอาการไอ แต่เราก็จะลดอาการดังกล่าว โดยเริ่มต้นจะยังไม่กินดอกหลินจือก่อน แต่จะให้กิน รากหลินจือ สกาโน และนมผึ้งก่อน เพื่อเป็นการปรับสภาพร่างกาย เป็นการบำรุงร่างกาย รวมถึงการสร้างภูมิต้านทานในร่างกายให้ดีขึ้น เมื่อกินในลักษณะนี้ไปสักพัก ประมาณ 2 อาทิตย์ จึงจะเริ่มให้กินดอกหลินจือ ถึงตอนนั้น อาการไอจะไม่มาก อาจจะมีบ้าง เป็นการกินค่อย ๆ ปรับตัวให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เมื่อกินหลินจือแล้วอีกระยะหนึ่ง ก็จะเพิ่มถั่งเฉ้าที่จะเสริมในการรักษามะเร็งร่วมกับหลินจือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหากมีการคีโม ก็จะช่วยลดอาการแพ้คีโมลงได้ระดับหนึ่งครับ รวมถึงเข้าไปปรับระบบทางเดินอาการที่จะถูกคีโมทำลายให้ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้กินอาหารได้ดีขึ้น ไม่ถึงกับเบื่ออาหารครับ นอกจากนั้น มีโอกาสช่วยยืดชีวิตออกไปได้อีกระยะหนึ่ง หรืออาจมีโอกาสหายได้ แต่อย่างน้อยที่สุด คุณภาพชีวิตดีขึ้นชัดเจนในระดับที่น่าพอใจทีเดียวครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-05-15 02:38:17 IP : 124.120.148.139


ความเห็นที่ 2 (3372898)

หมายความว่าในระยะ2อาทิตย์แรก ให้กิน รากหลินจือ สกาโนและนมผึ้ง หลังจากนั้นให้กินดอกหลินจือ เพิ่มเข้าไปรวมกับ 3 ชนิดแรกรวมเป็น4 ชนิดใช่ไหมคะ แล้วต้องกินทั้ง4ชนิดนี้ไปนานประมาณเท่าใดคะถึงจะเริ่มกินถั่งเฉ้าได้  (ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะว่าเมื่อผ่านจากช่วงปรับสภาพของร่างกายไปแล้ว คนไข้จะต้องกินทุกวันทั้งหมด  5 อย่าง คือ รากหลินจือ สกาโน นมผึ้ง ดอกหลินจือ ถั่งเฉ้า ใช่ไหมคะ)ช่วยให้ความกระจ่างอีกครั้งค่ะ จะได้ใช้ได้ถูกต้องจริงๆ....ขอบพระคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น warisa วันที่ตอบ 2012-05-15 10:15:53 IP : 119.63.78.250


ความเห็นที่ 3 (3373059)

 ที่คุณเข้าใจถูกเพียงครึ่งเดียวครับ เอาวิธีกินดังนี้ครับ

วันที่ 1 - 3 ราก 1 สกาโน 1 นมผึ้ง 1 เฉพาะมื้อเช้า ตื่นขึ้นมากินได้เลยครับ ถ้าหากตามด้วยช็อกโกแล็ตกาโนได้ยิ่งดีครับ

วันที่ 4 - 10 ราก 1 สกาโน 1 นมผึ้ง 1 มื้อเช้า - เย็น ตามด่้วยช็อกโกแล็ต ก่อนอาหารประมาณ 1 ชม. คือกินตอนท้องว่าง

วันที่ 11 - 20  ราก 2 สกาโน 1 นมผึ้ง 1 มื้อเช้า - เย็น ก่อนอาหาร 1 ชม.ตามด้วยช็อกโกแล็ตกาโน

วันที่ 20 - 30 ราก 3 ดอก 1 สกาโน 1 นมผึ้ง 1 เฉพาะมื้อเช้า ส่วนมื้อเย็นกินอย่างเดิม

วันที่ 31 - 40 ราก 3 ดอก 1 สกาโน 1 นมผึ้ง 1 เช้า - เย็น ตามด้วยช็อกโกแล็ตกาดน

หลังจากที่กินดอกแล้ว ให้คอยสังเกตดู จะมีอาการไอเกิดขึ้น ถ้าหากไอปรกติ ก็กินดอกต่อไป แต่ถ้าหากไอรุนแรง ให้งดดอกไว้ก่อนชั่่วระยะหนึ่ง

วันที่ 41- 50 ราก 3 ดอก 2 สกาโน 1 นมผึ้ง 1 เช้า - เย็น

วันที่ 51 เป็นต้นไป ราก 3 ดอก 2 สกาโน 1 นมผึ้ง 1 ถั่งเฉ้า 1 เช้า - เย็น  สำหรับถั่งเฉ้า อาจทำให้มีอาการไออีกครั้งหนึ่ง ถ้าไอรุนแรง ก็หยุดไว้ก่อนชั่วคราว จนกว่าอาการดีขึ้นแล้วค่อยกินใหม่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-05-16 01:45:43 IP : 58.11.138.212


ความเห็นที่ 4 (3373081)

ขอบคุณค่ะ...จะลองทำตามที่อาจารย์แนะนำค่ะ ตอนนี้ก็หวังไว้ว่าจะได้ผลดีค่ะ  รบกวนปรึกษาอีกนิดค่ะ ตอนนี้พี่ชายให้คุณแม่ดื่มยาสมุนไพรหม้อต้ม ของอาจารย์สมหมายฯ (ที่เค้าเรียกหมอเทวดารักษามะเร็งที่จ.สิงห์บุรีค่ะ) ผลของยาสมุนไพรกับหลินจือมันจะตีกันไหมคะ คนที่แนะนำให้ใช้หลินจือบอกว่าเป็นสมุนไพรเหมือนกันไม่มีผลกระทบอะไร จริงหรือไม่คะ ถ้าจริงก็จะเริ่มให้คุณแม่ใช้หลินจือตามที่อาจารย์แนะนำเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น warisa วันที่ตอบ 2012-05-16 09:37:48 IP : 119.63.78.250


ความเห็นที่ 5 (3373281)

 คุณหมอสมหมาย ใช้ยาสมุนไพรและเป็นการรักษาผสมผสานกับสมัยใหม่ ได้ผลจนถูกเรียกเป็นหมอเทวดาครับ ยาสมุนไพรจะเป็นแบบต้มดื่มน้ำยา รักษามะเร็งดังมาก ซึ่งคุณแม่คุณก็ดื่มยาแบบนี้อยู่ กินร่วมกับหลินจือได้หรือเปล่า? ไม่น่ามีปัญหาครับ เพราะโดยหลักการแล้ว หลินจือเข้ากับยาสมุนไพรได้ทุกชนิดเป็นพื้นฐานอยู่แล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-05-17 02:06:32 IP : 124.122.246.8


ความเห็นที่ 6 (3373328)

เริ่มให้คุณแม่ทานหลินจือควบคู่กับยาหม้อต้มอาจารย์สมหมายแล้วค่ะ..ได้ผลประการใดจะแจ้งให้ทราบค่ะ ถึงตอนนี้ก็เลยหันมามองตัวเองบ้างแล้วค่ะเรียกว่าเริ่มกลัว..อยากจะขอคำแนะนำอาจารย์ว่า ดิฉัน อายุ 35 ปี เบื้องต้นคิดว่าไม่มีโรคประจำตัว แต่จะมีอาการเป็นหวัดบ่อยๆเป็นทีใช้เวลารักษากว่าอาการจะหายขาดก็ประมาณ1เดือน มีอาการจาม น้ำมูกไหล คันตา ช่วงเช้า-เย็น เป็นประจำ เวลาอื่นก็จะหายไป(ตอนนี้ใช้การกินวิตามินซีวันละ 1000 ml ช่วยค่ะ) และมีอาการปวดบริเวณเอวเล็กน้อย บิดซ้ายขวาก็จะรู้สึกดีขึ้นแต่ไม่หายขาด ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจาก  การกินวิตามินซีนานๆหรือเปล่า ดิฉันสนใจอยากจะใช้หลินจือบ้างค่ะ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นกินยังไง เพราะตัวดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง เป็นอะไรมาก็รักษาตามอาการตลอด จึงคิดว่าอยากจะใช้หลินจือบำรุงร่างกายตัวเองให้ดีขึ้น เผื่อมีโรคอะไรที่ยังไม่แสดงอาการก็จะได้เป็นการรักษาไปในตัวด้วยแต่ถ้าไม่มีก็จะได้บำรุงร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ขออาจารย์ช่วยแนะนำด้วยค่ะว่าดิฉัน จะใช้หลินจือตัวไหนได้บ้าง และใช้ในปริมาณเท่าใดคะ(เอาแบบไม่ต้องขับพิษรุนแรงค่ะบอกตรงๆว่ากลัวเหมือนกัน ขอเริ่มต้นแบบเบาๆแล้วค่อยเพิ่มปริมาณค่ะ)..ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น warisa วันที่ตอบ 2012-05-17 11:42:36 IP : 119.63.78.250


ความเห็นที่ 7 (3373482)

 โดยส่วนใหญ่ คนเราเริ่มมีอาการป่วยที่ยังไม่แสดงออก ก็ตั้งแต่เลยวัย 30 ไปแล้ว ยกเว้นบางคนที่แสดงอาการ ถ้าหากยังไม่ได้มีการดูแลร่างกายของเรา คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ตัวเองแข็งแรง ไม่เป็นอะไร เป็นการคิดเข้าข้างตัวเองทั้งนั้นแหละครับ ยิ่งวัยเลย 40 คราวนี้ ก็ยิ่งเห็นชัดขึ้นมาบ้าง เมื่อเลยวัย 50 สุขภาพร่างกายก็จะเห็นได้เลยว่า ทรุดลง พอเลยวัย 60 มักจะแก่เกินวัย โรคที่เริ่มแสดงอาการตั้งแต่เลยวัย 50 คราวนี้จะทรุดหนักกันทีเดียวแหละครับ สำหรับหลินจือและผลิตภัณฑ์กาโน สามารถที่จะช่วยสุขภาพของคนเราให้เกิดความสมดุล เริ่มปรับระบบต่าง ๆ ให้ดัขึ้น อาการป่วยไข้ก็จะหายชัดจเน ไม่ต้องทุกข์ทรมานตอนวัยสูงอายุ ส่วนคนที่เป็นหนัก ก็จะลดลง จนดูเหมือนไม่เป็นเลย นอกจากนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ใครต่อใครต้องการ ก็คือ การชะลอวัย ปรับให้กระฉับกระเฉง กระชุ่มกระชวย อย่างที่ผมพูดเสมอว่า "ตัวเบาไม่แก่เฒ่า" นั่นแหละครับ

พูดได้ว่า คนเรามักลืม "ป้องกันเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ดีกว่ารักษาเมื่อเจ็บป่วย"

สำหรับอาการของคุณ เป็นอาการของภูมิแพ้ เป็นทั้งภูมิแพ้อากาศ และอาจมีอาการของภูมิแพ้ฝุ่นอีกด้วย รวมทั้งภูมิแพ้ที่ตา ผมมีความมั่นใจว่า หลินจือรากกับดอก 6 สายพันธุ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ของกาโน สามารถช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นชัดเจน ประการแรกเลย อาการที่คุณเล่ามานั้น อาจเป็นนาน ๆ ครั้ง จนกระทั่งไม่เป็นหวัด ไม่จาม น้ำมูกหยุดไหล เป็นต้น เพียงแต่ว่า ตอนกินใหม่ ๆ จะมีอาการเหมือนเป็นหวัดมากขึ้น น้ำมูกไหลมากขึ้น จามมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นกันทุกคน เพียงแต่หลินจือกระทุ้งโรคให้เรารู้ว่า มีโรคประจำตัวแบบนี้นะ น่าจะประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วทุกอย่างก็จะสู่ปรกติ หลังจากนั้นก็ดีวันดีคืน ประมาณ 6 เดือน อาจแทบไม่มีอาการดังกล่าวอีกเลยครับ หรือยังมีก็น้อยมาก

ส่วนสูตรการกิน เหมือนคุณแม่คุณนั่นแหละ เป็นการฟื้นฟูเป็นหลัก รักษาเป็นรอง การขับพิษจะไม่รุนแรง ถ้าคุณกินวิตามินซี ก็ไม่ต้องกินส้มแขก แต่ให้กินวิตามินซีพร้อมหลินจือก่อนอาหาร ไม่ต้องไปกินหลังอาหาร กินทุกมื้อที่กินหลินจือครับ ไม่ต้องห่วงว่าจะไปกัดกระเพาะ แม่้จะดูเหมือนกินตอนท้องว่าง แต่จริง ๆ แล้ว ในท้องมีหลินจือและผลิตภัณฑ์กาโนตัวอื่น ๆ หมายถึงว่า ท้องไม่ได้ว่างอย่างที่เข้าใจกันเลยครับ การที่ต้องใช้วิตามินซี ก็เพื่อไปแตกโมเลกุลของหลินจือให้เล็กลง การซึมซับจะดีขึ้นครับ หลังจากที่กินสูตรดังกล่าวประมาณ 2 เดือน ถึงจะเริ่มต้นกินเพิ่ม ถั่งเฉ้า ตัวนี้จะเสริมเรื่องภูมิต้านทานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น อีกทั้งบำรุงปอด ช่วยให้อาการภูมิแพ้หายได้ดีขึ้น บำรุงไต บำรุงกล้ามเนื้อหัวใจ บำรุงตับ บำรุงระบบหลอดเลือด เป็นต้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-05-18 01:09:31 IP : 171.96.25.38



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.